วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Day 19 การกระจาย Product ในพอรต์เดียว by Topbeatbox

หลายๆคนคงจะรู้สึกว่าช่วงนี้ความผันผวนต่ำมากในตลาด FX ถ้าเทียบกับช่วงก่อนๆ แต่ไม่ทุก Product ในตลาด ยิ่งความผันผวนน้อยก็ยิ่ง ได้กำไรน้อย ยิ่งผันผวนมากกำไรก็ยิ่งมากขึ้น โอกาสก็มากขึ้นตาม ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมเก็บ CF ได้น้อยมากมาย เพราะ Product หลักของผมมีการเคลื่อนไหวที่น้อยจนแทบจะไม่ขยับไปไหนกันเลยที่เดียวในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผมเลยนั่งหา Product ตัวอื่นๆ ที่มีช่วงการผันผวนไม่ตรงกันเพื่อที่จะได้เก็บ CF ได้เรื่อยๆตลอด นอกจากนี้ช่วงนี้เป็นช่วงตั้งตัวของผมในการเปิดโรงงาน ขนาดเล็กผมจึงต้องการ CF มากกว่าแต่ก่อนมาก แต่ผมจะไม่เล่นเสี่ยงเด็ดขาด ตอนนี้ ตอนนี้ผมเลือก Product มาทั้งหมด 6 ตัว มี XAGUSD, AUDJPY, USDCHF, C, T และ MSFT ซึ่งประกอบไปด้วย Product จาก commodity 1ตัว Product จากค่าเงิน 2ตัว Product จาก Stock (CFD) 3ตัว ซึ่งประกอบไปด้วย ด้านธนาคาร, เทคโนโลยีซอฟแว และ ด้านการสื่อสาร ผมใช้หลักการดูจากปี 2011-2014 โดยส่วนตัวเชื่อว่าได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการวิ่งของ Product แต่ละตัวตั้งแต่ปี 2011 คือผมยังเพิ่งเริ่มลองการปั่น CF ด้วยวิธีนี้ยังบอกผลไม่ได้ครับ ผมพยายามเลือกตัวที่มีลักษณะการวิ่งไม่เหมือนกัน ไอเดียนี้ได้มาจากโค้ชของเพื่อนของผม นอกจากนั้นเราจะต้องใส่กลยุทธ์เข้าไปด้วย และ มี Cash สำรองเผื่อมีอะไรเกิดขึ้น เช่น หายนะ หรือ โอกาส ช่วงนี้ต้องลุยกันสักตั้ง ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นทดลอง


Topbeatbox # ชิวดิว่าาา

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Day 18 Supply and Demand by Topbeatbox

ช่วงหลังมานี้ผมทุ่มให้กับการเปิดกิจการมาก ซึ่งวันนี้ผมไปหาที่ทำเลเปิดออฟฟิซ ผมเริ่มด้วยจากการหาที่ที่อยู่ใกล้ที่สุด และค่อยหาไกลออกไป จนผมไปจบอยู่ที่ ที่นึงซึ่งห่างออกไป 9 กิโลเมตร ที่นี้มีโครงการสร้างอาคารพานิช ซึ่งมีคนรีบไปซื้อห้องกันค่อนข้างเยอะ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.5 ล้าน บาท ซึ่งสำหรับคนที่จะทำธุรกิจและต้องการเงินหมุน ผมจึงไปหาที่เช่าจะดีกว่า บังเอิญที่นั้น ดันมีคนเก็งกำไรกันซะเยอะเลยทีเดียว ปกติที่ข้างถนนใหญ่จะตกอยู่ที่ราคา 25000 ต่อเดือน แต่เมื่อโครงการสร้างใหม่และมีคนคิดแบบเดียวกันเยอะๆเข้า ราคาปล่อยเช่าจึงตก มีร้านนึงบอกให้เลย 17000 ลดได้ แต่ถ้าไปดูย่านอื่นๆที่ค่อนข้างเจริญก้จะราคาแพงๆทั้งนั้น แต่วันนี้ผมบังเอิญไปเจอร้านนึงในอินเตอร์เน็ต พี่เขาเปิดร้านเสริมสวย และเป็นเจ้าของห้องหนึ่งคูหา ผมจึงโทรไปหาแก เขาก็บอกว่ามาดูตอน สี่โมงเย็น เมื่อผมไปดูแล้วรู้สึกประทับใจที่นี้มากไม่ว่าจะเรื่องราคาเช่าแค่ 13000 สัญญากี่ปีก็ได้ถ้าเขาให้ที่ผมนะ จะซื้อกระเช่าไปฝากสามเดือนเลยเอ้าาา เมื่อวานและวันนี้ผมโทรไปหาอาคารพานิชเช่า 30 กว่าร้าน จึงได้เรียนรู้วิธีการพูด การคุยให้ถูกหลัก ผมก็พูดคุยกะแก มีอย่างนึงที่ผมสงสัยมานานละ คือ ผมมักจะเจอเจ้าของอาคารพานิชให้เช่าเป็นผู้หญิงซะส่วนใหญ่ ส่วนมากก็จะมีอายุ ผมโทรไปหาที่นึงเป็นคนแก่รับ ฟังจากเสียงน่าจะเป็นคนจีนแก่ๆ คุยไปคุยมา แกบอกว่า 20000 บาท ต่อมาแกบอกว่าเอาไป 16000 ละกัน เย้ยยย!! ยังไม่ทันต่อเลยวุ๊ยย ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกดี ส่วนผมจะได้ที่ไหนตอนนี้ก็คิดๆไว้อยู่สองสามที่ ที่ทุกอย่างลงตัวพอดี แต่ผมบอกได้เลยที่ไหนการแข่งขันสูง ที่นั้นเราจะต่อรองราคาได้ดีมว๊ากกกก


ช่วงนี้ผมต้องชั่งใจคิดว่าผมจะไปสมัคร Maverick หรือ เปิดโรงงานดี เพราะเงินมีจำกัด

Topbeatbox # ชิวดิว่าาา

วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Day 17 Don't Stop Think and Don't Stop Learning by Topbeatbox

ผมเชื่อในกฎของความเพียรพยายามอุตสาหะ จะนำมาซึ่งความสำเร็จ ขอบอกก่อนว่าความสำเร็จไม่ใช่คำที่จะมาพูดกัน ใช้คำว่า ถึงจุดหมายที่วางไว้ คนเราต้องตั้งเป้าหมายเป็นเรื่องธรรมดา คนเราอยากมีความฝันเป็นเรื่องธรรมดา แต่การที่เราจะสำเร็จเป้าหมาย เราต้องค่อยเรียนรู้สิ่งใหม่ๆทุกวัน ใช้ความคิดทุกวัน มันจะช่วยทำให้เราเข้าใกล้ง่ายยิ่งขึ้น เราจะต้องดีกว่าตัวเองในเมื่อวาน และมันช่วยได้จริงๆ ถ้าเราเอาจริงๆจังๆ หาความรู้ ใช้ความคิดกับสิ่งที่เราจะทำ ประมาณเดือนสองเดือนหันกลับไปมองตอนจุดเริ่มต้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเรามาไกลขนาดไหน โค้ชของผมเคยบอกไว้ว่าอย่าเอาแต่เรียนรู้จากตำรา ให้หัดคิดด้วย ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะการเรียนจากตำราคือการเรียนในกรอบ การคิดทำให้เราเอาสิ่งที่อยู่ในกรอบมาทำให้เป็นนอกกรอบ เมื่อเราเรียนรู้และคิดไปเรื่อยๆ แต่ต้องลงมือทำอย่างจริงจังด้วยละ เราจะเห็นความก้าวหน้าในทุกๆเดือน เผลอๆเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ พอรู้สึกตัวอีกที เราอาจจะรู้สึกว่าเรามาอยู่จุดที่ไกลขนาดนี้ได้อย่างไร ^^ ขั้นต่อไปคือทำไปเรื่อยๆ จนกระทั้งจุดที่คุณคิดว่าไกลมันยังสั้นเกินไปครับ วันนี้ตัวคุณดีกว่าตัวคุณในเมื่อวานหรือยังครับ



Topbeatbox # ชิวดีว่าาา

Day 17 Must be balance By Kanthorn


เมื่อวานผมได้นั่งดู VDO ของรายการ New Heart New World ได้ไปสัมภาษณ์ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ (อดีตวิศวกร NASA).

หลังจากที่ผมดู VDO เสร็จมันทำให้ผมคิดได้ว่ามันมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกับการเทรด และสามารถเอาไปประยุกต์กับการใช้ชีวิต และธุกิจได้....ลองไปฟังมุมมองความคิดดีของ ดร.วรภัทร์ ที่ผมได้จด short note มากันครับ.

---คำว่านักวิทยาศาสตร์มันคือ...
1.คุณต้องกล้า (Be brave to try)
2.คุณต้องเอาน้ำถ่วยเก่าออก (To throw out the old Idea)
3.คุณต้องทำเองอย่าไปอาศัยคนอื่น และทำซ้ำ...ทำซ้ำเป็น 100 ครั้ง (you have to accomplish by yourself and do it over and over again)

สมมุติว่าคุณชู้ตบาสลงได้ 1 ครั้ง และคุณเที่ยวไปบอกใครๆว่ากูทำสำเร็จแล้ว...ในความเป็นจริงมันไม่ใช่!...คุณต้องชู้ตบาสลงครั้งต่อไป และครั้งต่อไปให้ได้ 100%.
( For example, When you put a ball in the basket 1 time and you said you did it. No, you didn't. You have to throw it over and over until 100% all in.)

จากแนวคิดในมุมมองนักวิทยาศาสตร์ของ ดร.วรภัทร์ นั้นในมุมมองของผมมันเหมือนกับมุมมองของเทรดเดอร์แบบผมเลยแหละครับ...ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตามคุณต้องกล้า และที่สำคัญคุณต้องทำตัวให้เหมือนน้ำครึ่งแก้วอยู่ตลอดเวลา คุณต้องเปิดใจยอมรับฟังไอเดียใหม่ๆอยู่เสมอๆ....แต่สิ่งหนึ่งที่โคตรจะสำคัญเลยก็คือ คุณต้องลงมือทำด้วยตัวคุณเองอย่าได้ไปอาศัยผู้อื่น อย่างเช่นคุณตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดได้เก่ง อยากจะหาเงินจากมันและก็คิดระบบเทรดได้แล้วลองเทรดไปแค่ ครั้งสองครั้งแต่ทำปากดีพูดว่ามันได้ผล มันไม่มีจุดอ่อน พอมีคนมาเสมอความคิด มาตักเตือนก็ไม่ยอมรับหาว่าสิ่งที่เราคิดได้มันเป็นความลับสุดยอดไม่เคยมีใครคิดได้มาก่อน ภาวะแบบนั้นผมเรียกมันว่า "Super Ego" ผมเคยเจอหลายคนที่เป็นแบบนี้ครับ รวมทั้งตัวผมก็เคยเป็น....แต่พอทดลองเทรดไปสักแปปก็จะรู้ว่าระบบที่เราคิดได้มันไม่ได้เทพขนาดนั้น บางทีจุดอ่อนที่คนอื่นเตือนเรามาก็เกิดขึ้นจริงๆ...ดังนั้นเราต้องทำ forward test ให้มั่นใจครับ ทำการจดบันทึก และ Prove ระบบความคิดของตัวเราเองจะให้ดีต้องเอามาแชร์ให้คนอื่นเห็น..ต้องกล้ายอมรับว่าผิดพลาด และคนอื่นก็ต้องกล้ายอมรับเช่นกันถ้าเรา Prove ความคิดของเราได้.

" Everything in the world must be balance. If you go all the way for spiritual science and not outer science, It would be unbalanced. The inside is to make the mind at peace. The outside is to working hard. "

"ทุกอย่างในโลกนี้มันต้องสมดุลกัน...ถ้าคุณเอาแต่มุ่งสนใจแต่เรื่องของความสุขข้างในจิตใจ แต่ไม่ได้สนใจสภาพแวดล้อมข้างนอกเลย แบบนั้นมันก็ไม่เกิดความสมดุล.....การที่จะเกิดความสมดุลได้เนี่ยเราต้องแยกแยะ....ก็คือข้างในก็ทำจิตใจให้มีความสุข และข้างนอกเราก็ไม่ละทิ้งหน้าที่การงาน"

 ในเรื่องของมุมมองตรงนี้ผมชอบมากผมเป็นคนคนหนึ่งที่พยายามทำให้ชีวิตของผมสมดุลกันมากที่สุด...ภายนอกผมอาจจะเป็นคนดูบ้างาน ทำแต่เรื่องเครียดๆ แต่ข้างในจิตใจของผมก็มีความสุขได้...ความสุขข้างในจิตใจนั้นมันมาจากธรรมะในจิตใจ มุมมองที่ผมมีต่อโลกนั่นแหละที่ทำให้ผมมีความสุข.

ในชีวิตผมเห็นคนรูัจักมากมายที่แยกแยะเรื่อง Inner science กับ Outer science ไม่ออก บางคนก็ธรรมะจนเกินไปหลงเชื่อแต่เรื่องงมงายไม่ยอมทำงานทำการจนชีวิตมีปัญหา บางคนมีปัญหาครอบครัว เพราะการปลงจนเกิดไป ทำอะไรไม่ได้ ทำอะไรผิดพลาดแม่งก็ปลงหมด ปลงจนชีวิตเดือดร้อน...คนพวกนี้ไม่รู้จักการทำให้ชีวิตสมดุล....บางคนที่ผมเจอก็บ้างานเกินไปบ้าจนเป็นปัญหาชีวิต เครียดทั้งภายในและภายนอก สุดท้ายมีปัญหาครอบครัว พอมีคนถามก็บอกว่าทำเพราะครอบครัวทำเพราะเงิน แต่ข้างในไม่มีความสุขอันนี้ผมมองว่าไม่ถูกต้อง....มันก็เลยเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมคุณเห็นคนรวยๆบางคนไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต....แต่ก็ไม่ใช่คนรวยทุกคนจะเป็นแบบนั้น คุณต้องเปลี่ยนมุมมองซะใหม่ ! พยายามทำให้ชีวิตเกิดความสมดุล....เป็นคนที่มีความสุขจากภายใน และไม่ลืมหน้าที่ที่จะต้องทำงานหนักเพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก.


  " ถ้าคุณแยกแยะและทำให้ชีวิตเกิดความสมดุลทั้งภายใน และภายนอกได้...ผมเชื่อว่าคุณก็สามารถเป็นคนที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขได้ "


ปล.เกือบลืม update ผลการแข่งขัน BUIC Vs. MUIC gamers ผลที่ออกมาเป็นไปตามที่คิดครับ BUIC แพ้อย้่างราบคาบ ฮ่าๆๆๆ ก็ทีมผมมันอ่อนซ้อมซะขนาดนี้จะได้สู้ได้ยังไง แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะระหว่างการแข่ง ครั้งหน้าเจอกันใหม่นะ MUIC คราวนี้พวกนายจะแพ้เราแน่นอน ฮ่าๆๆๆ

 



Day 17 คำสอนของพ่อ by Nutty

หลังจากวันนั้นที่นัตตี้ได้สัญญากับท้อปว่าจะตั้งใจทำงาน เราก็ทำสัญญาได้สำเร็จจริงๆ งานของพวกเราเดินหน้าเร็วขึ้นมากหลังจากที่วนอยู่ที่เดิมมานาน ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาเนี่ย งานไม่เดินเลย ก็ถือซะว่าเป็นช่วงพักผ่อนไปละกันนะ ช่วงเปิดเทอมเลยต้องชดใช้กรรมที่ได้พักผ่อนไปแล้วทดแทนกันไป มันมีประโยคหนึ่งที่น่าประทับใจ ท้อปบอกว่าดีแล้วที่ตั้งใจได้แบบนี้ ไฟที่เคยดับกลับลุกโชนขึ้นมาก็ให้คงอย่างนั้นไว้ เราอาจจะยังไม่ได้ dedicate เวลาของเราแบบสุดๆ แต่ให้มองว่าวันนี้เรามาได้ไกลกว่าเมื่อวาน เราดีกว่าเมื่อวาน ลองทำแบบนี้ดูซักเดือน แล้วสังเกตดูว่าเรามาได้ไกลแค่ไหน มันเหมือนกับว่าทุกวันเราได้เก็บเลเวลทีละนิดๆให้ตัวเราเอง เก็บทีละเล็กทีละน้อยจนกลายเป็นตัวหัวหน้า เราก็รู้สึกสนุกกับสิ่งที่ทำนะ ถึงมันจะเหนื่อยบ้าง แต่ทำไปก็ไม่คิดอะไรมาก ยิ่งคิดว่าเหนื่อยเรายิ่งเหนื่อย บางทีร่างกายเราอาจจะยังไหว แต่พอเราพูดว่าเหนื่อยกลายเป็นร่างกายเหนื่อยเฉยเลย แต่จริงๆเป็นแค่ใจเราเท่านั้นที่เหนื่อยทั้งๆที่ร่างกายยังไหวอยู่ การทำงาน2คนมันก็สนุกไปอีกแบบ ได้ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหา ช่วยกันฝัน ช่วยกันตัดสินใจ มันเหมือนการถ่วงดุลอำนาจการตัดสินใจ บางทีเราคนเดียวตัดสินใจอะไรบางอย่างอาจจะมีการbias เกิดขึ้นได้ ก็มีอีกคนนี่แหละที่มาช่วยดูว่ามันbias หรือไม่ นี่แหละคือหนึ่งในสิ่งที่ดีของการทำงานกันเป็นทีม 




วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Day 16 Right Job or Lovely Job by Topbeatbox

ผมเคยได้ยินว่า เราควรจะทำงานที่ชอบและสนุกกับมัน เพื่อเราจะได้ไม่ต้องทำงานอีกเลย จริงๆมันก็ถูก อีกด้านนึงผมเคยได้ยิน จอรส์ โซรอส พูดเอาไว้ประมาณว่า งานที่ทำมันไม่เคยสนุก ผมเคยคุยกับเพื่อนเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งเพื่อนผมคนนี้เขาเป็นคนชอบดูหนังมากๆ แล้ววันนึงเขาก็ได้งานมาให้สรุปหนัง ผมก็ถามเขาว่าหนังที่เขาให้สรุปสนุกหรือป่าวจะได้ไปดูบ้าง เขาตอบว่ายังไม่ได้ดูเลยวะ ผมก็ถามไปว่าทำไมไม่ดูและสรุปให้เสร็จไปก่อนเลย เขาตอบว่าขี้เกียจ ผมเลยคิดว่าแม้แต่จะเป็นสิ่งที่ชอบแต่พอต้องมาทำเป็นงานแบบจริงๆจังๆ มันกลับไม่สนุกเหมือนตอนที่อยากทำเอง แต่ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองได้ละ ถ้าหากมนุษย์เราสามารถคิดว่ามันไม่เป็นงานได้ละ เราจะสามารถสนุกกับมันได้ต่อหรือป่าว



ซึ่งส่วนตัวของผมรู้สึกว่าการเทรดมันสนุกดีนะ เฉพาะช่วงเข้าตลาดใหม่ๆ หลังจากผ่านไป 5-6 เดือน ผมไม่เคยสนุกกับมันอีกเลยมันเป็นเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องทำ พอเราทำไปเรื่อยๆเราจะเริ่มชินกับมัน เราจะค่อยๆรู้สึกว่ามันไม่เป็นภาระอีกแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่า ช่วงแรกของการเทรดเราเจออะไรใหม่ๆแปลกตา และมาพร้อมกับความฝันที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเวลาผ่านไปเราจึงรู้สึกได้ว่าการเทรดมันยากและความฝันเริ่มริบหริแทบจะหายไป ในช่วงนี้แหละคนมีโอกาสเลิกเทรดมากที่สุด คนที่รอดมาได้ก็ยังคงทำต่อไป แต่อาจจะกำไรหรือไม่กำไรก็ได้ ซึ่งช่วงตรงนี้เป็นช่วงวัดใจของคนจริงๆ คนเราส่วนใหญ่จะติดตรงนี้ประมาณ 1-8 ปี ขึ้นอยู่กับความพยายามและอดทนมากน้อยแค่ไหน หลังจากตรงนี้เทรดเดอร์จะเริ่มเข้าสู่โหมดเซียน หลังจากที่เรารู้อะไรเป็นอะไรเพราะเทรดเดอร์โดนมาเยอะและค้นคว้ามาเยอะพอสมควร การอยู่ในโหมดเซียนได้ มันคือโหมดแห่งการเข้าใจสัจธรรมของตลาดและชีวิต ในช่วงโหมดเซียนนี้เชื่อว่าเทรดเดอร์ที่ผ่านมาถึงจุดนี้เหลือน้อยเต็มแก่ และคนเหล่านั้นคือผู้ทำกำไรในตลาดเป็น พอเราเข้าสู่โหมดเซียนทุกอย่างมันจะเข้าใจง่ายไปหมด เพราะเราเข้าใจสัจธรรม แต่เทรดเดอร์โหมดเซียนก็ยังคงต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดกันต่อไป แน่นอนว่าบางคนอาจจะล้มได้แม้จะอยู่ในโหมดเซียน ซึ่งโหมดต่อไปคือเซียนเหนือเซียน การจะอยู่โหมดนี้ได้คือคนที่มีความรู้ความเข้าใจเบื้องลึกสัจธรรมของตลาดและชีวิต และอย่างน้อยต้องเคยผ่านมรสุมในชีวิตนับไม่ถ้วน การจะข้ามมาโหมดเซียนเหนือเซียนใช้เวลาพิสูตร อย่างน้อย 15 ปีหรือมากกว่านั้น ซึ่งไม่มีทางลัดในชีวิต



Topbeatbox # ชิวดิว่าาา

Day 17"ความพ่ายแพ้จะทำให้เกิดการชนะ"By Boom


ช่วงที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าการเทรดของผมนั้นมันไม่พัฒนาเอาซ๊ะเลย ผมจึงปรึกษากับลูกพี่กันของผม เค้าเป็นคนที่เทรนผมมาตั้งแต่ยังไม่รู้จักการเทรด เค้าแนะนำว่า "คนเรามักจะจดจำชัยชนะได้ดีกว่า ความพ่ายแพ้ แต่ความพ่ายแพ้ แต่ทุกครั้งที่เราแพ้ เราต้องเรียนรู้จากมันและจำให้ได้ว่าเราแพ้เพราะอะไร แก้มันและกลับมาชนะมันให้ได้" จริงๆแล้วแกไม่ได้พูดเท่ขนาดนี้หรอก ผมใส่ไข่เพิ่มไปหน่อย 555 มันทำให้ผมคิดขึ้นได้ว่า ไม่ว่าจะเทรดถูกหรือเทรดผิด เราควรจดจำให้ได้ว่าตอนนั้นเราตัดสินใจอย่างงี้เพราะอะไร ถ้าผิดแล้วจะแก้ไขยังไง ถ้าถูกแล้วจะทำยังไงต่อ พี่กันบอกว่า เราควรจะคิดหลายๆมิตติในอาชีพ Trader เราคือ Risk Taker หนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า "The difference between a novice risk taker and a professional is all in the preparation" ฉนั้นเราต้องคิดรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในภายหลังให้ดี ไม่ใช่แค่ในเรื่องของการเทรด แต่ในเรื่องของชีวิตจริงก็เช่นกัน ฉนั้นผมจึงคิดว่าผมควรจดบันทึกการเทรดของผมในทุกครั้งๆนับตั้งแต่นี้ แล้วมาดูกันว่ามันจะเป็นยังไงต่อ